วันจันทร์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2556

ร้านขายเสื้อผ้า



ยินดีต้อนรับ :)

ร้านขายเสื้อผ้าแฟชั่นเกาหลี กระเป๋าแฟชั่นเกาหลีและเครื่องประดับ
ขายปลีก ขายส่ง เสื้อผ้าแฟชั่น เสื้อผ้าเกาหลี แฟชั่นเกาหลี แฟชั่นไต้หวัน แฟชั่นญี่ปุ่น
แฟชั่นชุดทำงาน, เสื้อผ้าวัยรุ่น, แฟชั่นหน้าร้อน, แฟชั่นเสื้อกันหนาวเกาหลี
กระเป๋าแฟชั่น, กระเป๋า AXIXI, กระเป๋า DaiDai, กระเป๋า MaoMao, กระเป๋า Mikko,
กระเป๋า How R U, กระเป๋า LuLu House, กระเป๋า MuYu
 รองเท้าแฟชั่น, เครื่องประดับ, Gift Shop, ของขวัญ, ของเล่น,
Case iPhone, Case iPad, กรอบโทรศัพท์มือถือ, เสื้อผ้าเด็ก, ของเล่นเด็ก



สินค้าพร้อมส่งทุกตัว ไม่ต้องรอ ไม่ต้องพรีออเดอร์ ไม่ต้องมัดจำจ้า
สินค้าเรา QC ให้ก่อนส่งทุกตัว งานสวยเรียบร้อย สินค้ามีตำหนิเปลี่ยนได้เลยจ้า  ดูแบบเสื้อผ้าเพิ่มเติมได้ที่หมวดหมู่ด้านซ้ายมือเลยค่ะ


สนใจสินค้าตัวไหนสอบถามได้เลยจ้า 9.00น.-21.00น.ทุกวันจันทร์-ศุกร์ 
โทร  084-4274527  e-mail มาที่ taiy.bhu@hotmail.com และ ready4girl@gmail.com

สินค้าแนะนำ

1.CV4307 เสื้อโค้ทกันหนาวตัวยาว แต่งเฟอร์ฟู พร้อมสายผูกเอว แฟชั่นเกาหลี Chu ViVi แท้ 

รหัส : CV4307
ยี่ห้อ : Chu ViVi
รุ่น : [Grade A] แฟชั่นเสื้อกันหนาวเกาหลี Chu ViVi พร้อมส่ง 956
ราคาปกติ :  1,100.00 บาท      
รายละเอียดย่อ :
มี 1 สี : สีน้ำตาล
มี 2 ไซส์ : S , M
Weight : 1200 g.
รายละเอียดทั้งหมด :
เสื้อโค้ทกันหนาวตัวยาวแฟชั่นสไตล์เกาหลี แบรนด์ Chu ViVi แท้ค่ะ
เนื้อผ้าทออย่างดี หนานุ่ม (ดูรูปซูมเนื้อผ้าได้เลยนะคะ) คอปกใหญ่ แขนยาว แต่งเฟอร์เทียมนิ่ม ๆ ฟู่ ๆ เหมือนแบบค่ะ
ตัวเสื้อผ่าหน้ารูปตัววี แต่งกระดุมแถวคู่ มีกระเป๋าคู่ด้านหน้าช่วงสะโพก ตรงเอวสามารถใส่แบบปล่อย หรือผูกโบว์ช่วงเอวเหมือนแบบก็จะดูเข้ารูปมากขึ้นค่ะ (มีสายไว้สำหรับผูกเข้าชุดให้ด้วยค่ะ)
ด้านในตัวเสื้อเย็บซับด้วยผ้าเนื้อดีให้แบบเต็มตัว ใส่สบาย ไม่บาง ไม่คันนะคะ ทีสำคัญอุ่นด้วยจ้า ไว้ใส่คลุมเป็นโค้ทหรือแนวเดรสเก๋ ๆ ก็ได้จ้า
สินค้ามางานสวยเหมือนแบบ 100% ค่ะ ผ้าดี ทรงสวย ดูรูปสินค้าจริงได้เลยจ้า (มีกระดุมสำรองให้ 1 เม็ดค่ะ)
ไซส์ S
รอบอก :      36   นิ้ว (วัดแบบติดกระดุมค่ะ)
แขนยาว :     23   นิ้ว (วัดแบบพับโชว์เฟอร์แล้วค่ะ)
รอบเอว :      32   นิ้ว
รอบสะโพก : 38   นิ้ว
ความยาว :    31   นิ้ว
ไซส์ M
รอบอก :      38   นิ้ว (วัดแบบติดกระดุมค่ะ)
แขนยาว :     24   นิ้ว (วัดแบบพับโชว์เฟอร์แล้วค่ะ)
รอบเอว :      34   นิ้ว
รอบสะโพก : 40   นิ้ว
ความยาว :    32   นิ้ว



2. CV4285 เสื้อสเวตเตอร์กันหนาว มีฮู้ด แขนยาว สกลีนลายสุดเท่ Chu ViVi แท้ 
รหัส : CV4285
ยี่ห้อ : Chu ViVi
รุ่น : [Grade A] แฟชั่นเสื้อกันหนาวเกาหลี Chu ViVi พร้อมส่ง 2067
ราคาปกติ :  550.00 บาท      
รายละเอียดย่อ :
มี 1 สี : สีเทา
Weight : 600 g.
รายละเอียดทั้งหมด :
เสื้อสเวตตอร์กันหนาวแฟชั่น เนื้อผ้าคอตตอนหนานุ่ม ด้านในตัวเสื้อบุด้วยผ้ากึ่งผ้าสำลีอีกที ทั้งอุ่น ทั้งนุ่มเลยจ้า มีฮู้ด (ฮู้ดเป็นผ้าเย็บซ้อนสองชั้นค่ะ) แขนยาว จั๊มช่วงปลายแขนและขายเสื้อเล็กน้อยค่ะ ด้านหน้าสกลีนลายเท่ ๆ หเมือนแบบ มีกระเป๋าตรงกลางไวเซุกมือแก้หนาวได้ด้วยจ้า
สินค้ามางานสวยเหมือนแบบ 100% เลยจ้า ผ้าดีมาก ๆ ค่ะ (แต่ผ้าไม่ยืดนะคะ)
ทรงสวยของแบรนด์ Chu ViVi แท้จ้า
รอบอก :          40   นิ้ว
แขนยาว :        23    นิ้ว
รอบชายเสื้อ : 32-40  นิ้ว
ความยาว :       26    นิ้ว




3.10326C เดรสผ้าไหมจีน คอกว้างซ้อนระบาย กระโปรงลายดอก แฟชั่นเกาหลี

รหัส : 10326C

รุ่น : เดรสแฟชั่นเกาหลี
ราคาปกติ :  480.00 บาท      
รายละเอียดย่อ :
มี 2 สี : สีเขียว , สีชมพู
Weight : 250 g.
รายละเอียดทั้งหมด :
เดรสแฟชั่นสไตล์เกาหลี ตัวเดรสเป็นผ้าไหมจีนนิ่ม ๆ พริ้ว ๆ ช่วงบนเป็นผ้าสีพื้น คอกว้าง แขนกุด เย็บซ้อนระบายรอบคอเสื้อคลุมไหล่ด้วยค่ะ จั๊มเอวแบบยางยืด ช่วงกระโปรงเป็นผ้าลายดอก ทรงบานพริ้ว
มีเย็บซับในช่วงกระโปรงให้ด้วยนะคะ ชายผ้าซับในเย็บหลอกระบายผ้าลายดอก และผ้าตาข่ายอีกที ดูเหมือนชายเดรสเป็นระบายสามชั้นเลยค่ะ
สินค้ามางานสวยเหมือนแบบเลยจ้า ไว้ใส่ทำงาน หรือใส่ออกงานก็ได้จ้า น่ารัก หวาน ๆ ค่ะ
รอบอก :         35    นิ้ว
รอบเอว :      24-32  นิ้ว
รอบสะโพก : ฟรีไซส์
ความยาว :      31     นิ้ว



4. 10368Q เสื้อคลุมแฟชั่นกันหนาว แขนยาว แต่งกระเป๋าคู่ มีฮู้ด


รหัส : 10368Q
รุ่น : แฟชั่นเสื้อกันหนาวเกาหลี
ราคาปกติ :  375.00 บาท      
รายละเอียดย่อ :
มี 3 สี : สีฟ้า , สีชมพู , สีดทา
Weight : 300 g.
รายละเอียดทั้งหมด :
เสื้อคลุมแฟชั่นแขนยาว เนื้อผ้าคอตตอนหนาปานกลาง (แต่ผ้าไม่ยืดนะคะ)
ตัวเสื้อผ่าหน้าแบบรูดซิปได้ตลอดความยาวเสื้อ (แต่งซิปตัดสีกับตัวเสื้อ) แขนยาวจั๊มช่วงปลายแขนเล็กน้อย มีกระเป๋าคู่ด้านหน้า และมีฮู้ดด้วยจ้า ด้านในฮู้ดเย็บผ้าซับในตัดสีกับตัวเสื้อเก๋ ๆ ค่ะ
ไว้ใส่คลุมกันหนาว กันแดดก็ได้นะคะ เนื้อผ้าไม่หนามากเหมาะกับอากาศบ้านเรา ไม่ใช่หน้าหนาวก็ใส่ได้จ้า
รอบอก :   38    นิ้ว (วัดแบบรูดซิปปิดค่ะ)
แขนยาว : 23.5  นิ้ว
ความยาว :23.5  นิ้ว


5.MK6015 เดรสแฟชั่น แขนกุด ชายพริ้วเย็บซ้อนตัดสี MAYUKI แท้


รหัส : MK6015
ยี่ห้อ : MAYUKI
รุ่น : [Grade A] เดรสแฟชั่นเกาหลี MAYUKI 2023321 พร้อมส่ง
ราคาปกติ :  595.00 บาท      
รายละเอียดย่อ :
มี 2 สี : สีเหลือง , สีน้ำตาลอ่อน
Weight : 250 g.
รายละเอียดทั้งหมด :
เดรสแฟชั่นชุดทำงาน เนื้อผ้าไหมจีนอย่างดี นิ่ม ๆ พริ้ว ๆ สีพื้น (ไม่บางซีทรูนะคะ)
ตัวเดรสแบบคอกว้าง แขนกุด เย็บย่นช่วงตัวเข้ารูปเหมือนแบบ จั๊มเอวแบบยางยืดด้านหลัง ช่วงกระโปรงบานพริ้วน่ารัก เป็นผ้าเย็บซ้อนสองชั้น ดูเป็นระบายตัดโทนสีกันค่ะ
สินค้ามาน่ารักเหมือนแบบเลยจ้า ผ้าดี ทรงสวย ของแบรนด์ MAYUKI แท้จ้า
รอบอก :         36   นิ้ว
รอบเอว :      24-30 นิ้ว
รอบสะโพก : ฟรีไซส์
ความยาว :      31   นิ้ว


** สนใจดูสินค้าเพิ่มเติม>>>http://www.ready4girl.com/ **






ลักษณะการทำธุรกรรมบนอินเทอร์เน็ต





ลักษณะการทำธุรกรรมบนอินเทอร์เน็ต



1) B2B (Business To Business) 

ใช้ในการทำธุรกิจระหว่าง ธุรกิจ สู่ธุรกิจ หรือ บริษัท กับ บริษัท องค์กร กับ องค์กร ทั้ง ต้นน้ำ ปลายน้ำ หรือกับลูกค้าที่เป็นธุรกิจ เช่น ส่งออก วางระบบ บริการ Software การเชื่อมโยง Connectivity หรือ Net Work ทั้ง data & voice เช่น Cisco,E procurement, Thai Horizon, Winstore







2) B2C (Business To Customer) 

คือการ ค้าจากธุรกิจสู่ผู้บริโภค เช่น การเปิด Virtual Mall หรือ การค้า บนอินเทอร์เน็ต ที่เรียกว่า E Commerce เช่น Amazon.com,Priceline.com,Naspter,Etoy,EOtoday, Magazine Online 









3) C2C (Customer To Customer) 

การทำธุรกิจที่เน้น ให้ ลูกค้าสร้างกลุ่มกันเองขึ้นมา เป็นชุมชน เข้า Chat หรือ พูดคุยให้ความเห็นกัน เช่น pantip.com ,ebay เวปสำหรับเสนอการประมูลขายของ,ICQ,Hotmail 





4) B2G (Business to Government) 


การสร้างระบบให้รัฐบาลติดต่อธุรกิจผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เช่นการประมูลออนไลน์ (Electronic Auction)การเสียภาษีออนไลน์ (Electronic Tax)รูปแบบการค้าของธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์



5) G2C (Government To Customer)

คือ การติดต่อสื่อสารระหว่างบุคคลกับระบบคอมพิวเตอร์ และระหว่างระบบคอมพิวเตอร์กับบุคคล คือการใช้งานระบบอัตโนมัติในการติดต่อสื่อสารนั่นเอง เช่น ตู้ ATM ระบบโทรศัพท์อัตโนมัติ ระบบ FAX Back ระบบส่งอีเมล์อัตโนมัติ เป็นต้น ทั้งนี้เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าเป็นสำคัญ










บริการบนอินเทอร์เน็ต


บริการบนอินเทอร์เน็ต


1. World Wide Web (WWW) เครือข่ายใยแมงมุม
          เป็นการเข้าสู่ระบบข้อมูลอย่างข้อมูลในรูปของ Interactive Multimedia คือ มีทั้งรูปภาพ ข้อความ ภาพเคลื่อนไหว เสียง และวีดีโอ อีกทั้งข้อมูลเหล่านี้ยังใช้ระบบที่เรียกว่า hypertext กล่าวคือ จะมีคำสำคัญหรือรูปภาพในข้อมูลนั้นที่จะช่วยให้ท่าน เข้าสู่รายละเอียดที่ลึกและกว้างขวางยิ่งขึ้น คำสำคัญดังกล่าวจะเป็นคำที่เป็นตัวหนา หรือขีดเส้นใต้ เพียง แต่ท่านเลือกกด ที่คำ ที่เป็นตัวหนาหรือขีดเส้นใต้ นั้น ๆ ท่านก็สามารถเข้าสู่ข้อมูลเพิ่มเติมได้ (ข้อมูลเหล่านี้จะมีผู้สร้างขึ้นมาและเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ ต่าง ๆ ทั่วโลก)


                        




2. ไปรษณีย์อิเลคทรอนิคส์ (Electronic Mail หรือ E-Mail)
    เป็นบริการหนึ่งบนอินเทอร์เนตที่คนนิยมใช้กันมากคือส่งจดหมายโดยทางคอมพิวเตอร์ถึงผู้ที่มีบัญชีอินเตอร์เน็ต ด้วยกันไม่ว่าจะอยู่ใกล้หรือไกลคนละซีกโลกจดหมายก็จะไปถึงอย่างสะดวกรวดเร็วและง่ายดายโปรแกรมที่ใช้ ได้แก่
Hotmail  , YahooMail , ThaiMail และยังมี Mail ต่าง ๆ ที่ให้บริการอย่างมากมายในปัจจุบัน ตามหน่วยงานหรือองค์กรต่าง ๆ                 
3. Search Engine  (บริการค้นหาข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต)
          Search Engine เป็นเว็บไซต์ที่มีเครื่องมือในการที่จะค้นหาเว็บไซต์ต่าง ๆ มาเก็บไว้ในฐานข้อมูลของ     ตัวเองโดยอัตโนมัติ เช่น Google.com หรือ Altavista.com ซึ่งเครื่องมือนี้ มีชื่อเรียกว่า Search Robot     จะทำหน้าที่คอยวิ่งเข้าไปอ่านข้อความจากหน้าเว็บไซต์ ของเว็บต่าง ๆ แล้วนำมาจัดลำดับคำค้นหา (Index)     ที่มีในเว็บไซต์เหล่านั้น เก็บไว้ในฐานข้อมูลของตนเอง เมื่อเราเข้าไปใช้บริการ
กับ Search Engine                                      



4. Instant Message (บริการสนทนาบนอินเทอร์เน็ต )
           Instant Messaging ก็คือการสนทนาทางโทรศัพท์อย่างหนึ่งแต่เป็นในรูปของตัวอักษร     พนักงานในบริษัททั้งขนาดเล็กและใหญ่ต่างใช้ IM เป็นเครื่องมือในการสื่อสาร สำหรับคนอีกจำนวนมาก  IM  คือการสื่อสารสำรองเมื่ออีเมล์มีปัญหาหรือเหตุฉุกเฉินอื่นๆ
  




5.Telnet 
        เป็นบริการที่ช่วยให้เราสามารถเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อื่นเสมือนหนึ่งไปนั่งใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ของที่นั่น โปรแกรมที่ช่วยให้ท่านใช้บริการนี้ได้คือ โปรแกรม NCSA Telnet เมื่อเปิดโปรแกรมแล้วให้พิมพ์คำสั่ง Telnet ดังในรูปภาพข้างล่างเมื่อท่านใช้คำสั่ง Telnet แล้วให้พิมพ์ที่อยู๋ของแหล่งข้อมูลนั้น ท่านก็จะสามารถเข้าสู่ระบบข้อมูลนั้น ๆ ได้เสมือนท่านไปนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ของเครื่อง ๆ นั้นเลยทีเดียว ระบบ Telnet



6. FTP (File Transfer Protocol) 
         คือ บริการที่ใช้ในการโอนย้าย file หรือข้อมูลจากคอมพิวเตอร์หนึ่งไปยังอีกคอมพิวเตอร์หนึ่ง สามารถโอนย้ายข้อมูล เช่น
รูปภาพ , ข้อความ , บทความ , คู่มือ และโปรแกรมต่าง ๆ


7. Web board (บริการกระดานข่าวหรือ เวบบอร์ด )
           WebBoard คือโปรแกรมที่ทำหน้าที่ในลักษณะเป็น กระดานสนทนา เป็นกระดานแจ้งข่าวสาร ข้อมูล     และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน



ศึกษานอกสถานที่










ศึกษานอกสถานที่


1.ก่อนที่จะออกเดินทาง






2.เตรียมตัวจะออกไปเชียงราย








3.ขณะเดินทาง







4.คุณครูให้คำแนะนำขณะเดินทาง







5.สถานที่แรก โรงแรมเชียงคำ







6.ณ ห้องประชุมมรกต 






7.รับประทานอาหารที่ห้องอาหารบุฟเฟต์







8.ออกเดินทางไปที่ดอยคำ จ.เชียงราย







9.อบรมเกี่ยวกับการก่อตั้งดอยคำ จ.เชียงราย








10.เดินทางไปต่อที่แม่สาย จ.เชียงราย






11.ออกเดินทางกลับบ้าน จ.พะเยา











ขอบคุณค่ะ



วันอาทิตย์ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ประวัติความเป็นมาของคอมพิวเตอร์





คอมพิวเตอร์ที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้เป็นผลมาจากการประดิษฐ์คิดค้นเครื่องมือคำนวซึ่งมีวิวัฒนาการนานมาแล้ว เริ่มจากเครื่องมือในการคำนวณเครื่องแรกคือ "ลูกคิด"(Abacus) ที่สร้างขึ้นในประเทศจีน เมื่อประมาณ 2,000-3,000 ปีมาแล้ว
เครื่องวิเคราะห์ (Analytical Engine)จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2376 นักคณิตศาสต์ชาวอังกฤษ ชื่อ ชาร์ล แบบเบจ (Charles Babbage) ได้ประดิษฐ์เครื่องวิเคราะห์ (Analytical Engine) สามารถคำนวณค่าของตรีโกณมิติ ฟังก์ชั่นต่างๆ ทางคณิตศาสตร์ การทำงานของเครื่องนี้แบ่งเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนเก็บข้อมูล ส่วนคำนวณ และส่วนควบคุม ใช้ระบบพลังเครื่องยนต์ไอน้ำหมุนฟันเฟือง มีข้อมูลอยู่ในบัตรเจาะรู คำนวณได้โดยอัตโนมัติ และเก็บข้อมูลในหน่วยความจำ ก่อนจะพิมพ์ออกมาทางกระดาษ
หลักการของแบบเบจนี้เองที่ได้นำมาพัฒนาสร้างเครื่องคอมพิวเตอร์สมัยใหม่ เราจึงยกย่องให้แบบเบจเป็น บิดาแห่งเครื่องคอมพิวเตอร์
หลังจากนั้นเป็นต้นมา ได้มีผู้ประดิษฐ์เครื่องคอมพิวเตอร์ขึ้นมามากมายหลายขนาด ทำให้เป็นการเริ่มยุคของคอมพิวเตอร์อย่างแท้จริง   โดยสามารถจัดแบ่งคอมพิวเตอร์ออกได้เป็น 5 ยุค




เป็นการประดิษฐ์เครื่องคอมพิวเตอร์ที่มิใช่เครื่องคำนวณ โดยเมาช์ลีและเอ็กเคอร์ต (Mauchly and Eckert) ได้นำแนวความคิดนั้นมาประดิษฐ์เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพมากเครื่องหนึ่งเรียกว่า ENIAC (Electronic Numericial Integrator and Calculator) ซึ่งต่อมาได้ทำการปรับปรุงการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์ให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น   และได้ประดิษฐ์เครื่อง UNIVAC (Universal Automatic Computer) ขึ้นเพื่อใช้ในการสำรวจสำมะโนประชากรประจำปี 

คอมพิวเตอร์ในยุคที่ 1


จึงนับได้ว่า UNIVAC เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องแรกของโลกที่ถูกใช้งานในเชิงธุรกิจ ซึ่งนับเป็นการเริ่มของเครื่องคอมพิวเตอร์ในยุคแรกอย่างแท้จริง เครื่องคอมพิวเตอร์ในยุคนี้ใช้หลอดสุญญากาศในการควบคุมการทำงานของเครื่อง ซึ่งทำงานได้อย่างรวดเร็ว แต่มีขนาดใหญ่มากและราคาแพง ยุคแรกของคอมพิวเตอร์สิ้นสุดเมื่อมีผู้ประดิษฐ์ทรานซิสเตอร์มาใช้แทนหลอดสูญญากาศ
ลักษณะเฉพาะของเครื่องคอมพิวเตอร์ยุคที่ 1
  • ใช้อุปกรณ์ หลอดสุญญากาศ (Vacuum Tube) เป็นส่วนประกอบหลัก ทำให้ตัวเครื่องมีขนาดใหญ่ ใช้พลังงานไฟฟ้ามาก และเกิดความร้อนสูง
  • ทำงานด้วยภาษาเครื่อง (Machine Language) เท่านั้น
  • เริ่มมีการพัฒนาภาษาสัญลักษณ์ (Assembly / Symbolic Language) ขึ้นใช้งาน

มีการนำทรานซิสเตอร์ มาใช้ในเครื่องคอมพิวเตอร์จึงทำให้เครื่องมีขนาดเล็กลง และสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้มีความรวดเร็วและแม่นยำมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ในยุคนี้ยังได้มีการคิดภาษาเพื่อใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์เช่น ภาษาฟอร์แทน (FORTRAN) จึงทำให้ง่ายต่อการเขียนโปรแกรมสำหรับใช้กับเครื่อง
  คอมพิวเตอร์ในยุคที่ 2
ทรานซิสเตอร์ (Transistor)

ลักษณะเฉพาะของเครื่องคอมพิวเตอร์ยุคที่ 2
  • ใช้อุปกรณ์ ทรานซิสเตอร์ (Transistor) ซึ่งสร้างจากสารกึ่งตัวนำ (Semi-Conductor) เป็นอุปกรณ์หลัก แทนหลอดสุญญากาศ เนื่องจากทรานซิสเตอร์เพียงตัวเดียว มีประสิทธิภาพในการทำงานเทียบเท่าหลอดสุญญากาศได้นับร้อยหลอด ทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ในยุคนี้มีขนาดเล็ก ใช้พลังงานไฟฟ้าน้อย ความร้อนต่ำ ทำงานเร็ว และได้รับความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น
  • เก็บข้อมูลได้ โดยใช้ส่วนความจำวงแหวนแม่เหล็ก (Magnetic Core)
  • มีความเร็วในการประมวลผลในหนึ่งคำสั่ง ประมาณหนึ่งในพันของวินาที (Millisecond : mS)
  • สั่งงานได้สะดวกมากขึ้น เนื่องจากทำงานด้วยภาษาสัญลักษณ์ (Assembly Language)
  • เริ่มพัฒนาภาษาระดับสูง (High Level Language) ขึ้นใช้งานในยุคนี้



คอมพิวเตอร์ในยุคนี้เริ่มต้นภายหลังจากการใช้ทรานซิสเตอร์ได้เพียง 5 ปี เนื่องจากได้มีการประดิษฐ์คิดค้นเกี่ยวกับวงจรรวม (Integrated-Circuit) หรือเรียกกันย่อๆ ว่า "ไอซี" (IC) ซึ่งไอซีนี้ทำให้ส่วนประกอบและวงจรต่างๆ สามารถวางลงได้บนแผ่นชิป (chip) เล็กๆ เพียงแผ่นเดียว จึงมีการนำเอาแผ่นชิปมาใช้แทนทรานซิสเตอร์ทำให้ประหยัดเนื้อที่ได้มาก 

คอมพิวเตอร์ในยุคที่ 3

นอกจากนี้ยังเริ่มมีการใช้งานระบบจัดการฐานข้อมูล (Data Base Management Systems : DBMS) และมีการพัฒนาเครื่องคอมพิวเตอร์ให้สามารถทำงานร่วมกันได้หลายๆ งานในเวลาเดียวกัน และมีระบบที่ผู้ใช้สามารถโต้ตอบกับเครื่องได้หลายๆ คน พร้อมๆ กัน (Time Sharing)
Integrated Circuit : IC
ลักษณะเฉพาะของเครื่องคอมพิวเตอร์ยุคที่ 3
  • ใช้อุปกรณ์ วงจรรวม (Integrated Circuit : IC) หรือ ไอซี และวงจรรวมสเกลขนาดใหญ่ (Large Scale Integration : LSI) เป็นอุปกรณ์หลัก
  • ความเร็วในการประมวลผลในหนึ่งคำสั่ง ประมาณหนึ่งในล้านของวินาที (Microsecond : mS) (สูงกว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ในยุคที่ 1 ประมาณ 1,000 เท่า)
  • ทำงานได้ด้วยภาษาระดับสูงทั่วไป

เป็นยุคที่นำสารกึ่งตัวนำมาสร้างเป็นวงจรรวมความจุสูงมาก (Very Large Scale Integrated : VLSI) ซึ่งสามารถย่อส่วนไอซีธรรมดาหลายๆ วงจรเข้ามาในวงจรเดียวกัน และมีการประดิษฐ์ ไมโครโพรเซสเซอร์ (Microprocessor) ขึ้น ทำให้เครื่องมีขนาดเล็ก ราคาถูกลง และมีความสามารถในการทำงานสูงและรวดเร็วมาก จึงทำให้มีคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (Personal Computer) ถือกำเนิดขึ้นมาในยุคนี้


ไมโครโพรเซสเซอร์ (Microprocessor)
ลักษณะเฉพาะของเครื่องคอมพิวเตอร์ยุคที่ 4
  • ใช้อุปกรณ์ วงจรรวมสเกลขนาดใหญ่ (Large Scale Integration : LSI) และ วงจรรวมสเกลขนาดใหญ่มาก (Very Large Scale Integration : VLSI) เป็นอุปกรณ์หลัก
  • มีความเร็วในการประมวลผลแต่ละคำสั่ง ประมาณหนึ่งในพันล้านวินาที (Nanosecond : nS) และพัฒนาต่อมาจนมีความเร็วในการประมวลผลแต่ละคำสั่ง ประมาณหนึ่งในล้านล้านของวินาที (Picosecond : pS)

ในยุคนี้ ได้มุ่งเน้นการพัฒนา ความสามารถในการทำงานของระบบคอมพิวเตอร์ และ ความสะดวกสบายในการใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ อย่างชัดเจน มีการพัฒนาสร้างเครื่องคอมพิวเตอร์แบบพกพาขนาดเล็กขนาดเล็ก (Portable Computer) ขึ้นใช้งานในยุคนี้
โครงการพัฒนาอุปกรณ์ VLSI ให้ใช้งานง่าย และมีความสามารถสูงขึ้น รวมทั้งโครงการวิจัยและพัฒนาเกี่ยวกับ ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence : AI) เป็นหัวใจของการพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ในยุคนี้ โดยหวังให้ระบบคอมพิวเตอร์มีความรู้ สามารถวิเคราะห์ปัญหาด้วยเหตุผล
องค์ประกอบของระบบปัญญาประดิษฐ์ ประกอบด้วย 4 หัวข้อ ได้แก่
1. ระบบหุ่นยนต์ หรือแขนกล (Robotics or Robotarm System)
คือหุ่นจำลองร่างกายมนุษย์ที่ควบคุมการทำงานด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ มีจุดประสงค์เพื่อให้ทำงานแทนมนุษย์ในงานที่ต้องการความเร็ว หรือเสี่ยงอันตราย เช่น แขนกลในโรงงานอุตสาหกรรม หรือหุ่นยนต์กู้ระเบิด เป็นต้น
แขนกลในโรงงานอุตสาหกรรม
2. ระบบประมวลภาษาพูด (Natural Language Processing System) 
คือ การพัฒนาให้ระบบคอมพิวเตอร์สามารถสังเคราะห์เสียงที่มีอยู่ในธรรมชาติ (Synthesize) เพื่อสื่อความหมายกับมนุษย์ เช่น เครื่องคิดเลขพูดได้ (Talking Calculator) หรือนาฬิกาปลุกพูดได้ (Talking Clock) เป็นต้น
เครื่องคิดเลขพูดได้ และนาฬิกาปลุกพูดได้

3. การรู้จำเสียงพูด (Speech Recognition System) 
คือ การพัฒนาให้ระบบคอมพิวเตอร์เข้าใจภาษามนุษย์ และสามารถจดจำคำพูดของมนุษย์ได้อย่างต่อเนื่อง กล่าวคือเป็นการพัฒนาให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงานได้ด้วยภาษาพูด เช่น งานระบบรักษาความปลอดภัย งานพิมพ์เอกสารสำหรับผู้พิการ เป็นต้น
4. ระบบผู้เชี่ยวชาญ (Expert System) 
คือ การพัฒนาให้ระบบคอมพิวเตอร์มีความรู้ รู้จักใช้เหตุผลในการวิเคราะห์ปัญหา โดยใช้ความรู้ที่มี หรือจากประสบการณ์ในการแก้ปัญหาหนึ่ง ไปแก้ไขปัญหาอื่นอย่างมีเหตุผล ระบบนี้จำเป็นต้องอาศัยฐานข้อมูล (Database) ซึ่งมนุษย์ผู้มีความรู้ความสามารถเป็นผู้กำหนดองค์ความรู้ไว้ในฐานข้อมูลดังกล่าว เพื่อให้ระบบคอมพิวเตอร์สามารถวิเคราะห์ปัญหาต่างๆ ได้จากฐานความรู้นั้น เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์วิเคราะห์โรค หรือเครื่องคอมพิวเตอร์ทำนายโชคชะตา เป็นต้น 

วันจันทร์ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

เทคนิคการใช้ Google ให้เทพ

เทคนิคการใช้ Google ให้เทพ

1. Google จะใช้ and (และ) อยู่ในประโยคเสมอ เช่น ค้นหา harvest moon back to nature. Google จะค้นหาแบบ harvest AND moon AND back... (พูดง่ายๆคือค้นหาแบบแยกคำ) 






2. การใช้ OR (หรือ) คือการให้ Google หาข้อมูลมากขึ้นจาก คำA และ คำB (พูดง่ายๆ คือนำผลที่ได้ มารวมกันรวมกัน) วิธีใช้ พิมพ์ OR ด้วยตัวใหญ่ระหว่างคำที่ต้องการ เช่น vacation london OR paris คือหาทั้งใน London และ Paris 








3. Google จะละคำทั่วๆไป (เช่น the, to, of) และตัวอักษรเดี่ยว เพราะจะทำให้ค้นหาช้าลง แต่ถ้าคำ พวกนั้นสามารถช่วยให้หาข้อมูลง่ายขึ้น ก็ต้องใช้เครื่องหมาย + ช่วยโดยนำไปอยู่หน้าคำนั้น (ต้องเว้นวรรคก่อนด้วย) เช่น back +to nature final fantasy +x 







5. Google สามารถตัดคำพ้องรูปได้โดยใช้เครื่องหมาย - ช่วยโดยการนำไปอยู่คำที่จะตัด เช่น คำว่า bass มี 2 ความหมายคือ เกี่ยวกับปลา และดนดรีเราจะตัดที่มีความหมายเกี่ยว กับดนตรีออกโดยพิมพ์ bass -music หมายความว่า bass ที่ไม่มีคำว่า music นอกจากนี้มันยังสามารถตัดอย่างอื่นได้อีก เช่น "front mission 3" -filetype:pdf หมายความว่า เรื่องเกี่ยวกับ front mission 3 แต่ไม่แสดงไฟล์ PDF 








6. การค้นหาแบบทั้งวลี (คือการค้นหาทั้งกลุ่มคำ) ให้ใช้เครื่องหมาย "..." เช่น "Breath of fire IV" 







7. Google สามารถแปลเวปภาษา Italian, French, Spanish, German, และ Portuguese เป็น ภาษาอังกฤษได้ (โดยคลิ้กที่คำว่า "Translate this page" ด้านข้างชื่อเวป)